Hotline: 086-844-1313 , 02-255-9681 E-mail: service.lbc@gmail.com
 
หน้าแรก / ห้องเรียนกฏหมาย

ลักษณะเฉพาะและที่มาของมาตรา 1382
 

ลักษณะเฉพาะและที่มาของ  1382

            การครอบครองปรปักษ์ต้องบรรยายให้ครบองค์ประกอบ

ในการอ้างสิทธิการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินมีโฉนดของผู้อื่นได้นั้นจะต้องอ้างให้ครบองค์ประกอบตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ครบคือ ครอบครองโดยสงบและโดยเปิดเผย และที่สำคัญคือด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ในคดีนี้จำเลยต่อสู้อ้างการครอบครองปรปักษ์แต่ไม่ได้ให้การให้ครบถ้วนว่าด้วยเจตนาเป็นเจ้าของครบ 10 ปีแล้ว

คำให้การว่าได้ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นจนได้กรรมสิทธิ์นั้นต้องให้การให้ครบถ้วนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยที่ 3 ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทหรือไม่ **แต่จำเลยให้การอ้างแต่เพียงว่า ได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบและเปิดเผย โดยมิได้อ้างว่าด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีแล้วมาด้วยดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยให้การต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์       

        

              ครอบครองปรปักษ์ ประกอบกด้วยสองคำคือ "ครอบครอง" และ "ปรปักษ์"ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้อธิบายคำว่า"ครอบครอง" หมายถึง ยึดถือไว้, มีสิทธิถือเอาเป็นเจ้าของ, มีสิทธิปกครองและอธิบายคำว่า "ปรปักษ์" หมายถึง ข้าศึก, ศัตรู, ฝ่ายตรงข้ามรวมความแล้วคำว่า "ครอบครองปรปักษ์" หมายถึงการครอบครองของฝ่ายศัตรูหรือฝ่ายตรงข้ามดังนั้น การครอบครองปรปักษ์ตามความเข้าใจธรรมดาทั่วไป ย่อมหมายถึง การครอบครองที่มีลักาณะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (unlawfulacts) ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่มีมาตราใดใช้คำว่า "ครอบครองปรปักษ์" น่าเชื่อว่านักกฎหมายได้ใช้คำว่า "ครอบครองปรปักษ์" มาอธิบายการได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ตั้งแต่ก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4 ปีพุทธศักราช 2471 จนทำให้ดูเสมือนหนึ่งคำว่า ครอบครองปรปักษ์เป็นคำที่ใช้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และทำให้เข้าใจว่า การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองหรือที่เข้าใจกันทั่วไปว่า การครอบครองปรปักษ์จะต้องเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (unlawfulacts) หรือไม่สุจริต(badfaith) ตามความหมายในถ้อยคำนั้นเองดังได้กล่าวมาแล้ว แต่เมื่อตรวจดูถ้อยคำใน มาตรา 1382 ไม่มีคำว่ากระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (unlawfulacts) หรือใช้สิทธิครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยไม่สุจริต (inbadfaith) ต่างจาก มาตรา 1383 ซึ่งเขียนไว้ชัดว่าการได้ทรัพย์สินมาโดยการกระทำผิด offence หรือรับโอนทรัพย์สินมาโดยไม่สุจริต inbadfaith และเมื่อเทียบกับเรื่องการแย่งการครอบครองตามมาตรา 1375 ในตัวบทฉบับภาษาอังกฤษเขียนไว้ชัดว่าunlawfuldeprivedofpossession จากถ้อยคำในตัวบท มาตรา 1375และมาตรา 1383 จึงชี้ให้เห็นชัดว่า การแย่งการครอบครองก็ดี การได้ทรัพย์สินมาโดยกระทำผิดก็ดี ต้องเป็นการกระทำที่มิชอบและเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ปัญหาจึงมีว่าจุดเริ่มต้น หรือเบื้องแรกสุดของการเข้าสู่การครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นอันจะได้กรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์ ตามมาตรา 1382 นั้นจำต้องกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย lawfulactsหรือต้งเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต actsingoodfaith หรือไม่อย่างไรเมื่อตัวบท มาตรา 1382 มิได้เขียนไว้ชัดจึงต้องศึกษาจากแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา เช่นคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2476 วินิจฉัยว่า "จำเลยเข้าครอบครองที่ดินของผู้อื่นในขณะที่เจ้าของกำลังต่อสู้กรรมสิทธิ์กับผู้นำยึด แม้จำเลยจะครอบครองมานานเท่าใดก็ยกอำนาจปรปักษ์ขึ้นต่อสู้ไม่ได้" และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393/2480 วินิจฉัยว่า "จำเลยเช่าเรือโจทก์ไปแล้วลงชื่อเป็นเจ้าของเสียเอง เป็นการครอบครองทรัพย์สินโดยอาศัยอำนาจของผู้ให้เช่า แม้จะครอบครองเป็นเวลากว่า5 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์" จะเห็นได้ว่าพฤติการณ์ของจำเลยเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต    

     ที่มาจาก บทวิเคราะห์กฎหมาย  ฎีกาพิสดาร  และ                http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538626998

บริการและให้คำปรึกษา
 
  ที่อยู่บริษัท : 77/254 อาคารราชเทวีทาวเวอร์ แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม 10400
หน้าแรกเกี่ยวกับเรา บริการของเราข่าวและประชาสัมพันธ์บทสัมภาษณ์ลูกค้าและผลงานที่ผ่านมา ติดต่อเรา
  E-mail Address:service.lbc@gmail.com 
© 2008 Laibros.com, All rights reserved.
_
***กรุณาฝากข้อความเราจะติดต่อกลับ***
Name
***
E-mail
***
Phone Number
***
Message
***